Simple Pitch : พิชต์ ให้ง่าย แต่ได้ผลเกินคาด

เพื่อพัฒนาความสามารถของผู้เข้าอบรมในการออกแบบและนำเสนอ Pitch Deck ที่กระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย และน่าสนใจ โดยสามารถถ่ายทอดไอเดีย ข้อเสนอ หรือโครงการให้ผู้ฟังเห็นคุณค่า เกิดความเชื่อมั่น และตัดสินใจสนับสนุนได้อย่างมีประสิทธิผล

To develop participants’ ability to create and deliver a clear, concise, and compelling pitch deck that communicates ideas, proposals, or projects effectively, helps the audience recognize the value, builds confidence, and encourages positive decisions.
ผู้เรียนจะสามารถ
1.วิเคราะห์ผู้ฟัง กำหนดเป้าหมายการนำเสนอได้ชัดกระชับ
2.คัดเลือก จัดลำดับข้อมูลสำคัญ ให้น่าติดตาม เข้าใจง่าย
3.สร้างโครงเรื่อง Pitch Deck ให้มีเหตุผล ร้อยเรียง
4.ออกแบบสไลด์เรียบง่าย สไตล์ธุรกิจ สื่อประเด็นได้ทรงพลัง
5.นำเสนอไอเดีย ข้อเสนอ หรือโครงการอย่างมั่นใจ โน้มน้าวใจ
6.ตอบคำถามและรับมือข้อสงสัยของผู้ฟังได้อย่างเหมาะสม

ขอรายละเอียดหลักสูตร 0889919000 หรือ
Email: amornrat.bvc@gmail.com

เปลี่ยนทักษะการวาดภาพง่าย ๆ ให้กลายเป็นศิลปะการขายและการปิดดีลระดับสูง Turn simple drawings into revenue with advanced visual closing strategies. Biến hình vẽ đơn giản thành doanh số với nghệ thuật chốt đơn trực quan. Tukar lukisan mudah kepada hasil jualan dengan strategi penutupan visual.

โครงสร้างบทเรียน
บทที่ 1: Whiteboard Strategy: เลิกใช้สไลด์สำเร็จรูป เปลี่ยนบอร์ดว่างเป็นพื้นที่ Collaboration ร่วมกับลูกค้าเพื่อคุมบทสนทนาและตรึงความสนใจผู้ซื้อระดับ C-Suite

บทที่ 2: Pain-Point Mapping: เปลี่ยนข้อมูลซับซ้อนเป็น “แผนผังปัญหา” ขยี้มูลค่าความสูญเสีย (Cost of Inaction) บังคับให้ลูกค้าเห็นภัยเงียบทางธุรกิจจนต้องรีบซื้อ

บทที่ 3: 3-Sec Value Illusion: วาดภาพเปรียบเทียบ “Before & After” ควบคู่สมการ ROI สรุปคุณค่าของสินค้าให้ลูกค้าเข้าใจและตัดสินใจได้ทันทีภายใน 3 วินาที

บทที่ 4: Objection Crusher: พลิกคำปฏิเสธเป็นลายเส้นปิดดีล วาด “ตาชั่งความคุ้มค่า” เพื่อสยบปัญหาเรื่องราคา และเคลียร์ทุกความกังวลใจของลูกค้าด้วยหลักฐานสายตา

บทที่ 5: Ink Commitment: ปิดการขายด้วย “Success Timeline” วาดแผนงานร่วมกันเพื่อสร้างข้อผูกมัดทางธุรกิจ และใช้จิตวิทยาฝังความรับผิดชอบเพื่อเร่งการเซ็นสัญญา

Visual Sales ลายเส้นร้อยล้าน: หลักสูตรที่ปรึกษาการขายขั้นสูงที่สื่อสารวาดภาพสู่ใจลูกค้า

ปฏิวัติการขายที่หลอมรวมจิตวิทยาการขายระดับสูงเข้ากับกระบวนการ Whiteboard Selling เปลี่ยนการขายแบบบรรยายทางเดียวให้เป็นการร่วมมือ (Collaboration) ออกแบบโครงสร้างการเล่าเรื่องเพื่อตอบโจทย์ผู้ซื้อระดับองค์กร ช่วยให้นักขายสามารถขยี้ปัญหา นำเสนอคุณค่าผ่านเทคนิค Progressive Disclosure (ค่อยๆ วาดเผยข้อมูลทีละขั้นเพื่อตรึงความสนใจ) และทลายทุกข้อโต้แย้งอย่างแม่นยำบนบอร์ดสด

A transformative training program fusion of high-ticket sales psychology and Whiteboard Selling methodology. It shifts sales pitches into highly collaborative sessions tailored for complex B2B buyers. Sellers learn to uncover real customer pain points and deliver structured value using Progressive Disclosure techniques to capture attention and crush tough objections live on a whiteboard.

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ
หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของนักขายสายให้คำปรึกษาและงานขายที่ซับซ้อน โดย เหมาะสำหรับ…

นักขายระดับองค์กร (B2B Sales Executives / Account Managers): ผู้ที่ต้องขายสินค้าหรือบริการที่มีมูลค่าสูง (High-Ticket Deals) โครงสร้างซับซ้อน และต้องเข้าพบผู้บริหารระดับสูง (C-Suite) เพื่อเปลี่ยนการนำเสนอที่น่าเบื่อให้กลายเป็นการร่วมมือวางกลยุทธ์บนไวท์บอร์ด

ที่ปรึกษาทางธุรกิจและนักวางระบบ (Consultants / Solution Engineers / Pre-Sales): ผู้ที่ต้องอธิบายขั้นตอนการทำงาน วิธีการแก้ปัญหา หรือสถาปัตยกรรมระบบ (Architecture) ที่เข้าใจยาก ให้กลายเป็นภาพโครงสร้าง 3-5 ขั้นตอนที่ลูกค้าเห็นแล้วเข้าใจและอนุมัติทันที

ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพ (Entrepreneurs / Startup Founders): ผู้ที่ต้องนำเสนอไอเดียธุรกิจเพื่อระดมทุน (Pitching) หรือเสนอขายสินค้าใหม่ให้กับลูกค้ารายแรก ๆ ซึ่งต้องการเครื่องมือที่ทรงพลังในการสร้างความน่าเชื่อถือและความต่างในเวลาที่จำกัด

หัวหน้าทีมขายและผู้บริหารฝ่ายการตลาด (Sales Leaders / Directors): ผู้ที่ต้องการระบบหรือโมเดลการขายที่เป็นมาตรฐาน (Sales Methodology) เพื่อนำไปฝึกสอนทีมงาน (Sales Coaching) ให้พูดและนำเสนอไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีจิตวิทยา

นักขายสายอสังหาริมทรัพย์ ประกันภัย และสินค้าไลฟ์สไตล์มูลค่าสูง: ผู้ที่ไม่ได้ขายแค่ตัวสินค้า แต่ขาย “อนาคตและความคุ้มค่า” การใช้ภาพวาดสดจะช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพชีวิตที่ดีขึ้น (Before & After) และขจัดความลังเลใจในการเซ็นสัญญาได้เร็วขึ้น

ขอรายละเอียดหลักสูตร 0889919000 หรือ
Email: amornrat.bvc@gmail.com


    Critical Dialogue
"เปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นข้อตกลงที่ยั่งยืน ผ่านการสนทนาที่สร้างความไว้วางใจและความกล้าแสดงออก"

    “เปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นข้อตกลงที่ยั่งยืน ผ่านการสนทนาที่สร้างความไว้วางใจและความกล้าแสดงออก”

    หลักสูตรนี้จะไม่มองการเจรจาเป็น “สนามรบ” แต่เป็น “บทสนทนาที่มีเดิมพันสูง” (High-stakes conversation) ซึ่งอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายอาจพุ่งสูงและมีความเห็นไม่ตรงกัน เป้าหมายคือการสอนให้ผู้เรียนสามารถควบคุมสถานการณ์ สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย และใช้ความกล้าแสดงออก (Assertiveness) ผสมผสานกับการยื่นข้อเสนอ เพื่อหาจุดตกลงที่ทั้งลูกค้าและบริษัทเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

    “Critical Dialogue: กล้าสื่อสาร ฉลาดเจรจา เพื่อรักษาผลประโยชน์องค์กรและได้ใจลูกค้า”

    สอบถามรายละเอียดหลักสูตร
    โทร 088 91 9000

    email: amornrat.bvc@gmail.com

    Critical Dialogue ศิลปะการฟังและวิพากษ์เจรจาในสถานการณ์ยุ่งยาก เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

    Mindset แบบ Zero-Sum Game (แพ้-ชนะ): การต่อรองในอดีตมักสอนให้มองหาจุดอ่อนของอีกฝ่าย ใช้เล่ห์เหลี่ยม ปิดบังข้อมูล และมุ่งเน้นการ “เอาเปรียบ” เพื่อให้ฝั่งตัวเองได้ผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งในยุคปัจจุบัน วิธีนี้ทำลายความสัมพันธ์ระยะยาวและทำให้ลูกค้าหมดความไว้วางใจ การโฟกัสที่จุดยืน (Positions) มากกว่าความต้องการที่แท้จริง (Interests): แบบเดิมมักเถียงกันที่ตัวเลขหรือข้อเรียกร้องที่ตั้งไว้ ทำให้เมื่อหาข้อสรุปไม่ได้ก็เกิดการแตกหัก

    การบริบทใหม่ (The New Paradigm): ในยุคปัจจุบัน เราไม่สามารถเอาเปรียบใครได้อีกต่อไป การเจรจาต่อรองที่แท้จริงคือการ “สร้างข้อตกลงที่ยั่งยืน” (Sustainable Agreement) โดยแต่ละฝ่ายจะต้องรู้สึกว่าตนเอง “ได้เปรียบ” หรือ “ชนะ” ในมุมมองหรือมิติที่แตกต่างกัน (ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ตนให้ความสำคัญสูงสุด)

    หลักสูตรนี้จะไม่มองการเจรจาเป็น “สนามรบ” แต่เป็น “บทสนทนาที่มีเดิมพันสูง” (High-stakes conversation) ซึ่งอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายอาจพุ่งสูงและมีความเห็นไม่ตรงกัน เป้าหมายคือการสอนให้ผู้เรียนสามารถควบคุมสถานการณ์ สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย และใช้ความกล้าแสดงออก (Assertiveness) ผสมผสานกับการยื่นข้อเสนอ เพื่อหาจุดตกลงที่ทั้งลูกค้าและบริษัทเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

    หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ “คนที่ต้องทำงานประสานงาน ดำเนินธุรกิจ หรือแก้ปัญหาให้ลูกค้า ซึ่งมักจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่าง ‘การตามใจลูกค้าเพื่อรักษาความสัมพันธ์’ หรือ ‘การแข็งขืนเพื่อรักษาผลประโยชน์บริษัท'” โดยจะเข้าไปช่วยเปลี่ยนผ่าน (Transform) คนกลุ่มนี้ให้กลายเป็น “นักสนทนาเชิงกลยุทธ์” ที่กล้าสื่อสาร ฉลาดเจรจา และสามารถหาข้อตกลงแบบ Win-Win ในยุคปัจจุบันได้ครับ

    Account Manager (AM): ผู้ที่ต้องดูแลและบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง มักต้องเจรจาต่อรองเรื่องเงื่อนไข สัญญา หรือผลประโยชน์ หลักสูตรนี้จะช่วยให้ AM กล้าที่จะสนทนาในเรื่องยากๆ มีจุดยืน (Assertiveness) โดยไม่จำเป็นต้องยอมลดราคาหรือยอมรับเงื่อนไขที่เสียเปรียบเพียงเพราะกลัวเสียลูกค้า

    Project Manager (PM): ผู้ที่ต้องควบคุมขอบเขตงาน (Scope), เวลา, และทรัพยากรของโครงการ ซึ่งมักต้องเผชิญกับความขัดแย้งหรือการขอปรับเปลี่ยนงานจากลูกค้า (Requirement Changes) หลักสูตรนี้จะช่วยให้ PM สามารถสื่อสารข้อจำกัด เจรจาแลกเปลี่ยนเงื่อนไข (Trade-offs) และบริหารความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ได้อย่างเป็นมืออาชีพในสถานการณ์ที่กดดันสูง

    Customer Service Manager (CSM) / Client Success Manager: ผู้ที่ต้องรับมือกับปัญหา ข้อร้องเรียน หรือความไม่พอใจของลูกค้า ทักษะการฟังเพื่อสร้างความไว้วางใจ (Empathetic Listening) และการหาพื้นที่ข้อตกลง (ZOPA) จะช่วยให้ CSM สามารถเปลี่ยนความขัดแย้งหรือวิกฤตให้เป็นความร่วมมือที่ยั่งยืนได้


    Consultative Selling เปลี่ยนเซลแมนเป็น “ที่ปรึกษาคู่คิด มิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ”

    นี่คือการประมวลแก่นแท้และกระบวนการของ Consultative Selling ตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นมากสำหรับ Account Manager, Project Manager หรือผู้ที่ต้องดูแลลูกค้าองค์กรในปัจจุบันครับ “หลักสูตรนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสอนเทคนิคการ ‘ตื๊อ’ หรือ ‘พูดเก่ง’ เพื่อปิดการขาย แต่เป้าหมายของเราคือการ ‘ทุบทิ้ง’ ทัศนคติการขายแบบเดิมที่เอาแต่ท่องจำฟีเจอร์และยอมหั่นราคาเพื่อแลกกับดีล! เราท้าทายให้คุณเปลี่ยนสถานะตัวเองจาก ‘พนักงานรับออเดอร์’ ไปสู่ ‘ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ (Trusted Advisor)’ ที่กล้าตั้งคำถามตรงใจ กล้าเจาะปัญหาที่ซ่อนเร้น และนำเสนอคุณค่าจนลูกค้าต้องเป็นฝ่าย ‘ขอซื้อ’ เพราะรู้ว่าธุรกิจของเขาขาดคุณไม่ได้”

    From Vendor to Partner: เลิกแข่งกันที่ “ราคา” แต่เอาชนะกันที่ “คุณค่า” ยกระดับตัวเองจนลูกค้ามองว่าคุณไม่ใช่แค่ Supplier แต่เป็น “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” ที่ต้องมีไว้เคียงข้าง

    “สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ”

    ปิดข้อตกลงแบบ Win-Win: เปลี่ยนข้อโต้แย้งเป็นความร่วมมือ เพื่อสร้างข้อตกลงที่ยั่งยืนและได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

    เลิกเป็น “คนรับออเดอร์”: กล้ามีจุดยืน กล้าปฏิเสธ และไม่ยอมหั่นราคาเพียงเพื่อแลกกับดีล

    ตั้งคำถามเจาะ Insight: ขุดหา Pain Point ลึกๆ ที่กระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ต้องรีบแก้ปัญหาเดี๋ยวนี้”

    ฟังจนลูกค้าเปิดใจ: ทลายกำแพงป้องกันตัว ยกระดับจาก “เซลส์นอกบริษัท” เป็น “ที่ปรึกษาวงใน” ที่ลูกค้าไว้ใจ

    ขายผลลัพธ์ ไม่ใช่ฟีเจอร์: นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจ พร้อมเจรจาข้อแลกเปลี่ยน (Trade-offs) อย่างชาญฉลาด

    การขายแบบที่ปรึกษา หรือ Consultative Selling ในระดับสากลนั้น เป็นกระบวนทัศน์ (Paradigm) ที่เปลี่ยนบทบาทของ "พนักงานขาย" ให้กลายเป็น "ที่ปรึกษาที่ลูกค้าไว้วางใจ" (Trusted Advisor) แทนที่จะเน้นการยัดเยียดคุณสมบัติของสินค้า (Product-Pushing) แนวทางนี้จะโฟกัสไปที่การแก้ปัญหา (Problem-Solving) และการสร้างคุณค่า (Value Creation) ให้กับธุรกิจของลูกค้าอย่างแท้จริง

    หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจใด?

    หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สำหรับธุรกิจที่การขายไม่ได้จบลงแค่การนำเสนอสินค้า แต่ต้องอาศัย “ความเชี่ยวชาญ” และ “ความไว้วางใจ” ขั้นสูงสุด โดยเฉพาะ:

    • ธนาคาร (Banking)
    • สถาบันการเงิน (Financial Institutions)
    • ธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย (Insurance)

    🏆 Proven Track Record & Trust: การันตีคุณภาพและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ จากการที่ ธนาคารชั้นนำระดับประเทศของไทย ให้ความไว้วางใจเลือก BVC เป็นพันธมิตรในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรมาอย่างยาวนาน โดยมีการจัดอบรมหลักสูตรเพื่อยกระดับทักษะนี้ไปแล้ว “มากกว่า 30 รุ่น” ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการเปลี่ยนทีมขาย ให้กลายเป็นสุดยอดที่ปรึกษาที่ลูกค้ายอมรับและเชื่อใจ


    Persuasive Sales Talk – Sales 101: ปลดล็อกศักยภาพสุดยอดนักขายรุ่นใหม่” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พนักงานขายหน้าใหม่โดยเฉพาะ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง มั่นใจ และพร้อมลงสนามจริง

    หลักสูตรนี้ผสมผสานความเป็น “วิชาการ (Academic)” ของความรู้ด้านการขาย เข้ากับ “ความท้าทายของสนามจริง (Sales Arena)” เพื่อให้ผู้เรียนได้รับทั้งทฤษฎีและฝึกฝนทักษะการปฏิบัติ

    Unlocking the Potential of the Next Generation Salesperson)

    เป้าหมายของหลักสูตร:

    เพื่อมอบความรู้พื้นฐาน ทัศนคติที่ถูกต้อง และทักษะการขายที่จำเป็นให้แก่พนักงานขายหน้าใหม่ เพื่อให้พวกเขาสามารถเริ่มต้นอาชีพนักขายได้อย่างมั่นใจ มีประสิทธิภาพ และสร้างผลลัพธ์ได้จริง

    “สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ” (Key Learning Outcomes) โดยเน้นการเขียนที่กระชับแต่ครอบคลุมทุกบทเรียน เพื่อให้เห็นภาพผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในแต่ละขั้นตอนของหลักสูตร
    มีความภาคภูมิใจและมั่นใจในอาชีพนักขาย

    ขจัดความกลัวในการถูกปฏิเสธและมีความอดทนต่อความกดดัน

    มีทัศนคติเชิงบวก มุ่งมั่น และเห็นอกเห็นใจลูกค้า (Empathy)

    เข้าใจบทบาทตัวเองในฐานะ “ผู้สร้างคุณค่า” ไม่ใช่แค่ “คนขายของ”

    มีความรู้ลึกซึ้งในสินค้า/บริการจนสามารถนำเสนอได้อย่างน่าเชื่อถือ

    เปลี่ยน “คุณสมบัติ” สินค้าให้เป็น “ประโยชน์” ที่ตอบโจทย์ลูกค้า

    รู้จักกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ประหยัดเวลาในการหาลูกค้าผิดกลุ่ม

    เข้าใจปัญหาและความต้องการของลูกค้า (Pain Points) ได้ดียิ่งขึ้น

    การหาลูกค้าใหม่ (Prospecting): หาและคัดกรอง Leads

    การติดต่อครั้งแรก (Contacting): Cold Calling, Cold Emailing เทคนิค

    การค้นหาความต้องการ (Discovery): ตั้งคำถามเชิงรุกเพื่อเข้าใจปัญหา

    การนำเสนอโซลูชัน (Presenting): นำเสนอสินค้าเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา

    การรับมือข้อโต้แย้ง (Handling Objections): วิธีตอบกลับข้อกังวลอย่างมืออาชีพ

    การปิดการขาย (Closing): เทคนิคขอความมุ่งมั่นและสรุปข้อตกลง

    การติดตามผล (Post-Sale): สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

    ผลลัพธ์ที่ได้:

    รู้วิธีรักษาความสัมพันธ์และสร้างโอกาสในการขายเพิ่มในอนาคต

    มีแนวทางและขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนในทุกระยะของการขาย

    มีความสามารถในการหาลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    มีทักษะการติดต่อลูกค้าที่น่าสนใจ ลดโอกาสถูกวางสาย/ปฏิเสธ

    มีทักษะการฟังที่ลึกซึ้งและจับประเด็นความต้องการลูกค้าได้แม่นยำ

    สามารถนำเสนอโซลูชันที่จูงใจลูกค้าและตอบโจทย์ปัญหาได้จริง

    มีทักษะในการเจรจาต่อรองและปิดการขายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

    และรายละเอียดอื่นๆ ของหลักสูตร อีกมาก